เริ่มต้นรู้จักกับ RubyMotion (Write cross-platform native apps in Ruby)

รูปภาพ เริ่มต้นรู้จักกับ RubyMotion (Write cross-platform native apps in Ruby)

วันนี้ได้เวลาเริ่มต้นเขียนถึง เจ้า RubyMotion ซะทีหลังจากที่ได้รู้จักมานานสัก 2 ปี กว่าๆแล้ว กว่าจะมารู้จักกับเจ้า RubyMotion นี้ผมหาแนวทางในการ พัฒนา Mobile Aplication ของตัวเองอยู่นาน อยากจะบอกตรงๆว่า จะให้ไปเขียน Objective C ผมไม่ไหวจริงๆครับ อาจจะเนื่องด้วย อายุอานามไม่ใช่น้อยๆแล้ว อะไรที่เคยคิดออกคิดเร็ว ตอนนี้เริ่มจะ คิดไม่ออกคิดไม่เร็วแล้ว

งั้นต้องหาต้วช่วยหน่อย ผมเริ่มมองหา อัศวินที่จะมาช่วยผมให้สมปารถนา ที่อยากจะมี Mobile Application ของตัวเองสักตัว เอาไว้อัปสกิลว่างั้น Tool ที่ดังๆในช่วงนั้น ก็ได้แก่ PhoneGap , Rhomobile และอื่นๆอีกหลายเจ้า จนมาตกลงปลงใจที่เลือกใช้  Rhomobile เนื่องด้วยผมเข้าใจ Code ได้มากที่สุด เพราะใช้ภาษา Ruby และตัวคนสร้างก็มีการวางโครงสร้างที่ดี ผมเลยเข้าใจค่อนข้างมันใจว่า ไปได้ไกลแน่ๆ Tool ตัวนี้ในตอนนั้น

Rhomobile นั้นวางคอนเซปไว้ถูกใจผมมากหลายๆอย่างจนต้องใช้ ข้อแรก เขียนครั้งเดียว สร้างแอปได้หลาย แพลตฟอร์ต ทั้ง Android IPhone IPad Windows Phone รวมถึง Blackberry ด้วย โอ้พระเจ้าจอร์จมันสุดจริงๆ

ตอนนั้นผมเริ่มโครงการ Navday อยู่ ซึ่งตอนนี้ โดเมนเป็นของคนอื่นไปแล้วนะครับ เป็นเรื่องเก่าๆอยากเล่าให้ฟัง ไม่มีดราม่าแน่นอนครับ ฮ่าๆ หยุดไปเฉยๆนึกแล้วยังเสียดาย 

ผมสร้าง Mobile App จากเจ้า  Rhomobile อยู่  2 แพลตฟอร์มคือ Android และ IPhone ซึ่งแต่ละ แพลตฟอร์ต ก็มี 2 เวอร์ชั่นครับ ฟรี กับ โปร  คอนเซปที่ว่า เขียนครั้งเดียวใช้ได้หลาย แพลตฟอร์มนั้น พอเอาเข้าจริงๆแล้วก็ต้องแยกพัฒนาครับ เนื่องด้วยข้อจำกัด บางอย่าง ด้วยตัวผู้พัฒนาเองด้วยครับ เนื่องจากไม่อาจจะเข้าใจตัวโครงสร้างเงื่อนไข ตัวแปร อย่างลึกซึ้ง เหมือนผู้ออกแบบได้ ในเวลาที่จำกัด จึงตัดสินใจ แยกกัน ชัดเจน ทั้ง 4 เวอร์ชั่น

หลังจากขึ้น Nayday  ไปได้ไม่นาน เนื่องจากผมยังไม่ประทับใจ ผลที่ออกมาเท่าไหร่ครับ จึงพยายามมองหา Tool ตัวใหม่ที่จะเขียนแล้วออกมา เป็น Native App จริงๆ และนี่ก็เป็นที่มาของการได้เริ่มรู้จักกับ เจ้า RubyMotion ครับ

เนื่องจากว่าไม่ใช่ Tool ที่ฟรี มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานและเสียเป็นรายปี งานนี้ก็เลยต้อง ทำการบ้านหาข้อมูลเยอะหน่อย ดูวีดีโอที่เกี่ยวข้อง เกือบทุกๆตอน ในตอนนั้น ซึ่งดูวีดีโอแล้วผมถึงกับร้อง ว้าวเลยครับ นี่มัน Ruby on Rails เวอร์ชั่น โมบาย แอป นี่หว่า แต่ลดทอนความยุ่งยากลงไปเยอะกว่ามาก

ราคาตอนนั้นตกปีละ $99 ครับ ก็ เท่ากับ Apple Dev เลย เอาว่ะลงทุนหน่อย หลังจากที่สอยมาเป็นที่เรียบร้อย ช่วงแรกผมก็ขยันและเอาใจใส่มากๆ ผิดกับ Tool อื่นๆที่ได้มาแบบ ฟรีๆ เป็นอย่างมาก หรือนี่จะเป็นกุลโลบายของผู้พัฒนา ให้เราเอาจริงเอาจัง เพราะว่าเสียตังค์แล้ว นะเออ

ตอนนั้นผมเป็น ฟรีแลนซ์อยู่มีงานของลูกค้าอยากทำ Mobile App พอดี ก็ถือว่า ได้ทุนคืนในเวลาอันร็วดเร็วเลยครับ ออกเสียง ฮิๆ มือป้องปากทำตาเจ้าเลห์เล็กน้อยถึงปานกลาง

หลังจากจบโปรเจ็ตลูกค้าผมก็เร่งเครื่อง เปลี่ยน Navday เวอร์ชั่น IPhone ทันที แต่ยังไม่ทันเสร็จ โปรเจ็กต์นี้ก็ ปิดตัวลงไปซะก่อน แฮ่ๆ

หลังจากนั้นผมก็แบกความ เจ็บช้ำรักษาแผลใจ และไม่ค่อยจะได้ยุ่งเกี่ยวกับ RubyMotion เท่าไหร่ ทั้งที่ใจยังรักมากมาย แต่จะให้เอาใจใส่เหมือนเมื่อก่อนคงทำไม่ได้ จนล่วงเลยไป กลายเป็นห่างหาย และเกือบๆจะลืมเลือนไป ฮิๆนี่มันนิยายรักรึไงน้อ

หลังจากนั้น เวลาผ่านไป ประมาณหนึ่งปีเต็มเห็นจะได้ น้อง RubyMotion ก็กลับมาสวยเช้งอีกครั้งในสายตาผม เพราะมีข่าวแว่วๆว่า น้องเขานั้นจะเพิ่ม ออปชั่น Android  App ด้วย ใน version 3 ขึ้นไป โอ้ไม่ๆๆ ผมนี่ใจสั่นระรัวเลยครับ

ปกติแล้วนั้น RubyMotion เอง ผู้พัฒนาสามารถพัฒนาแอปได้เฉพาะในฝั่งของ Apple เท่านั้นครับ ซึ่งได้แก่ IPhone IPad และ OSX แต่หลังจาก เวอร์ชั่น 3 จะ เขียน Android App ได้แล้ว ข่าวนี้แว่วมาตอนกลางปี 2014 ครับ เวอร์ชั่น 3 เปิดตัวจริงๆก็ประมาณ ปลายๆ มกราคม 2015 นะครับ ถ้าจำไม่ผิด นอกจากนั้นยังสามารถสร้าง App จาก WatchKit ของทาง Apple ได้ด้วยนะครับ

เอาละ คงจะพอรู้จักกับ RubyMotion แล้วนะครับ อยากหาข้อมูลเพิ่มเติมก็เข้าเว็บไซต์โดยตรงของผู้พัฒนาได้ที่ http://www.rubymotion.com  ไม่ต้องกลัวครับเขายังไม่มีระบบแนะนำสมาชิก ฮ่าๆ ไปก่อนครับ ไว้มาเล่าเรื่องราว Ruby Ruby ใหม่ครับผม